Month: July 2018

ของ “ค้างคาว” มักค้างคืน

    ระยะหลังมานี้เอฟซี บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่ของลา ลีก้า สเปน มักจะทำการค้ากับบาเลนเซียทีมเพื่อนร่วมลีกอยุ่เป็นประจำ โดยเฉพาะการซื้อนักเตะมาจากรัง “ค้างคาว” ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมักประสบความล้มเหลวเป็นประจำ โดยไล่ตั้งแต่เคราร์ด โลเปซ กองกลางชาวสเปน ที่เคยเป็นเด็กปั้นในทีมเยาวชนของสโมสรเองด้วย แต่กลับต้องไปซื้อมาจากบาเลนเซียด้วยราคาถึง 21 ล้านยูโร โดยย้ายมาหลังจากพาบาเลนเซียเป็นรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อปี 2000 ซึ่งเป็นยุคทองของบาเลนเซียในเวลานั้น ซึ่งพอย้ายมายังถิ่นคัมป์ นูก็ได้มาเพียงแชมป์ลา ลีก้าปี 2004-2005 เท่านั้น และผลงานส่วนตัวก็ไม่มีอะไรโดดเด่น โดยเขาก็ได้มาเป็นผู้จัดการทีมของบาร์เซโลน่า เบ หรือทีมชุด 2 จนถึงเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย

ต่อมาก็คือดาบิด บีญ่า อดีตกองหน้าทีมชาติสเปนที่ย้ายมาในช่วงพีคของเขาเมื่อปี 2010 ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ซึ่งเหมือนจะประสบความสำเร็จ แต่จริงๆ แล้วเขาอยู่ในถิ่นคัมป์ นูได้เพียง 3 ฤดูกาลเท่านั้น โดยได้แชมป์กับทีมมากมาย แต่เขาก็เป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ โดยเขาทำได้ 48 ประตูจาก 119 นัดเท่านั้น แต่นักเตะที่ย้ายมาจากบาเลนเซียและคุ้มค่าที่สุดก็คือยอร์ดี้ อัลบา แบ็คซ้ายที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในโลกในช่วงหลายปีมานี้ โดยบาร์เซโลน่าจ่ายให้กับบาเลนเซียไปเพียง 14 ล้านยูโรเท่านั้นเมื่อปี 2012 หลังจากนั้นมาดาวเตะร่างเล็กก็กลายเป็นตัวจริงของทีมมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

นั่นเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จจากการซื้อตัวมาจากบาเลนเซีย เพราะหลังจากนั้นทั้งเฌเรอมี่ มาติเยอ กองหลังชาวฝรั่งเศส 20 ล้านยูโร อังเดร โกเมส กองกลางชาวโปรตุกีส ราคารวมเบ็ดเสร็จกว่า 55 ล้านยูโร และล่าสุดกับปาโก้ อกาเซร์ กองหน้าดีกรีทีมชาติสเปน 30 ล้านยูโร ซึ่งล้มเหลวทั้งสิ้น เรียกได้ว่าบาร์เซโลน่าไปสอยมาจากบาเลนเซียหลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในถิ่นเมสตาญ่าโดยตลอด และมักถูกนำมาดองค้างคืนในถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากเล่นไม่เข้าระบบบ้าง และฝีเท้าไม่ถึงขั้นบ้าง ทำให้พวกเขาเสียเงินกับนักเตะจากบาเลนเซียไปเกือบ 100 ล้านยูโรแล้วในช่วง 5 ปีหลังนี้ และล่าสุดพวกเขามีข่าวว่าอยากจะได้ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ กองกลางกัปตันทีมบาเลนเซียมาร่วมทีมอีกราย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหากพวกเขาคว้ากองกลางวัย 29 ปีมาจริง แล้วจะมาจบชีวิตแบบศพไม่สวยเหือนอย่าง 3 รายล่าสุดหรือไม่

เยอร์รี่ มิน่า แท้หรือเทียม ?

   มีกระแสข่าวอย่างหนักหน่วงในช่วงนี้ว่าบาร์เซโลน่า ยอดทีมของลา ลีก้า สเปน ตัดสินใจที่จะไม่เก็บเยอร์รี่ มิน่า ปราการหลังร่างใหญ่ทีมชาติโคลอมเบียไว้ในถิ่นคัมป์ นูในฤดูกาลนี้ หลังจากได้ให้ลงสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มเป็นที่ประทับใจกับกุนซือเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้เท่าไหร่ โดยได้ลงสนามไปทั้งหมด 6 นัด แต่ก็ยังได้โอกาสติดทีมชาติโคลอมเบียไปทำศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมาด้วย และก็ถือว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์แจ้งเกิดของดาวเตะวัย 23 ปีด้วย เนื่องจากเขาสามารถทำประตูให้ทีมชาติโคลอมเบียได้ถึง 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นกองหลังคนแรกที่สามารถทำประตูได้จากการโหม่งถึง 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และสามารถพาทีมชาติโคลอมเบียผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ และประตูของเขาในช่วงท้ายเกมกับทีมชาติอังกฤษก็ทำให้พวกเขาได้ไปดวลจุดโทษกับทีมที่แทบไม่ชนะใครในการยิงเป้า แต่สุดท้ายทีมชาติโคลอมเบียกลับพลาดท่าแพ้ให้กับทีม “สิงโตคำราม” ซะอย่างงั้น

แต่ฟอร์มในฟุตบอลโลกที่สวยหรูก็ไม่ได้ทำการนายใหญ่ของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” เปลี่ยนใจแต่อย่างใด อาจจะด้วยเพราะพวกเขามีตัวเลือกในแนวรับที่เยอะแล้วด้วย โดยพึ่งไปสอยเคลม็องต์ ล็องเล่ต์ ปราการหลังชาวฝรั่งเศสมาจากเซบีญ่าอีกราย ทั้งยิงมีเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังตัวเก๋า ซามูเอล อุมติตี้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึงยังมีโธมัส แฟร์มาเล่น กองหลังจอมเจ็บทีมชาติเบลเยี่ยมอยู่อีกราย ทำให้ยังตัดสินใจที่จะขายเยอร์รี่ มิน่าตามเดิม แต่อาจจะโชคดีที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีในศึกฟุตบอลโลก ทำให้ตลาดนักเตะรอบนี้บาร์เซโลน่าสามารถขายได้ในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสูงเกือบ 30 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งบาร์เซโลน่าไปสอยมาจากพัลไมรัสทีมในบราซิลมาเพียง 12 ล้านยูโรเท่านั้นเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานข่าวว่าเอฟเวอร์ตัน ทีมในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษได้ส่งผู้อำนวยการกีฬามาเจรจาซื้อขายแล้วด้วย โดยมีโอกาสจะไปพร้อมกับลูก้าส์ ดีญ แบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสที่ไม่ได้ใช้งานด้วยอีกราย

อันที่จริงเยอร์รี่ มิน่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกว่าเขาอยากจะสู้อยู่กับบาร์เซโลน่าต่อในฤดูกาลนี้ แต่ทางบาร์เซโลน่าไม่มีท่าทีที่จะให้โอกาสเขาลงสนามเลย ทำให้กองหลังวัย 23 ปีจึงต้องคิดที่จะอยากย้ายทีม เพื่ออนาคตของตัวเองในอาชีพค้าแข้ง

แก้เผ็ดเชลซี

    “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งประเทศสเปน ได้ทำการยื่นข้อเสนอขอซื้อวิลเลี่ยน ปีกทีมชาติบราซิลวัย 29 ปีไปแล้วทั้งหมด 3 รอบ ซึ่งครั้งล่าสุดข้อเสนอ 72 ล้านยูโรที่ทีมแชมป์ลา ลีก้า ยื่นข้อเสนอให้ก็ถูกปัดข้อเสนอตกโต๊ะไปแบบไม่ใยดี ทำให้บาร์เซโลน่าเริ่มเบนหาเป้าหมายใหม่แล้ว ถึงแม้ว่าเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมจะต้องการตัวดาวเตะหัวฟูรายนี้มากก็ตาม ซึ่งอันที่จริงข้อเสนอ 72 ล้านยูโรที่ทางบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอให้ถือว่าราคาสูงมาก หากเทียบกับฟอร์มล่าสุด และอายุในการใช้งานที่เหลือของวิลเลี่ยน แต่เหมือนทางเชลซีจะเชื่อว่าพวกเขาจะขายได้ราคาดีกว่านี้ เพราะมีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ต้องการตัววิลเลี่ยนไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน และหากมีการยื่นข้อเสนอแย่งตัวกันทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็มีแต่ได้กับได้ในการเจรจาครั้งนี้ แต่เหมือนว่าทางบาร์เซโลน่าจะถอนสมอ และถอดใจในการคว้าตัวดาวเตะทีมชาติบราซิลเสียแล้ว เมื่อหันไปคว้ามัลค่อม ปีกดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนเช่นกันของบอร์กโดซ์ ทีมในศึกลีก เอิงของฝรั่งเศส ซึ่งตอนแรกมีรายงานว่าเขาตกลงย้ายไปร่วมทีมโรม่าในอิตาลีเรียบร้อยแล้ว แต่พอมีบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอเข้ามาทำให้เขาตัดสินใจยังไม่เดินทางไปตรวจร่างกายที่เมืองหลวงของอิตาลี และดูเหมือนว่าบาร์เซโลน่าจะยื่นข้อเสนอในราคาที่สูงกว่าโรม่าด้วย ทำให้ทีม “หมาป่าแห่งกรุงโรม” จะต้องยื่นข้อเสนอใหม่อีกครั้ง และดีลต้องหยุดชะงักลงทันที ซึ่งสิ่งที่บาร์เซโลน่ากระทำนี้ เหมือนเป็นการแก้เผ็ดกับทางเชลซีที่ไม่ยอมขายวิลเลี่ยนให้ จึงหันไปสนใจนักเตะรายอื่นแล้ว ซึ่งหากวิลเลี่ยนอยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนใหม่จริง เชลซีก็อาจจะไม่เสียหายอะไร แต่หากดาวเตะวัย 29 ปีไม่อยู่ในแผนการทำทีม และต้องการขายนักเตะออกจากทีม เท่ากับว่าเชลซีจะเสียโอกาสขายนักเตะในราคาที่คุ้มเกินคุ้มสำหรับทีมไปเรียบร้อยแล้ว

บาร์เซโลน่ากำลังมองหาตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อมาสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูให้กับทีม เพื่อแบ่งเบาภาระของลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะคนสำคัญของทีมที่เริ่มอายุมากขึ้นแล้ว และอาจจะเริ่มใช้งานดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าน้อยลง เนื่องจากกัปตันทีมร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์อายุปาเข้าไป 31 ปีแล้ว และทีมคงต้องใช้งานถนอมร่างกายมากขึ้น