Category: บาร์เซโลน่า

บาร์ซ่าฯ กับป็อกบา

    กลายเป็นข่าวล่ามาแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อบาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปน ได้ตกเป็นข่าวว่าได้ทำการยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวปอล ป็อกบา กองกลางดีกรีแชมป์โลกทีมชาติฝรั่งเศสจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วทีม โดยข่าวหลายสำนักได้รายงานข่าวว่าทีมดังจากแคว้นกาตาลุนญ่าให้ความสนใจดาวเตะวัย 25 ปีจริง แต่ก็ยังมีรายงานเพิ่มด้วยว่าสามารถตกลงค่าเหนื่อยกับทางเอเย่นต์ของนักเตะได้แล้วด้วย ซึ่งงานนี้มิโน่ ไรโอล่า ซุเปอร์เอเย่นต์จอมป่วนที่เป็นเอเย่นต์ของป็อกบานั้นได้เดินเกมติดต่อทาบทามมายังบาร์เซโลน่าด้วยตนเองด้วย เมื่อข่าวก่อนหน้านี้ได้ออกมารายงานว่าบาร์เซโลน่าส่งเอริค อบิดัล ผู้อำนวยการของสโมสรได้ไปพบปะกับป็อกบามาก่อนหน้านี้ด้วย ถึงแม้ว่าข้อเสนอที่ยื่นให้กับทีม “ปีศาจแดง” จะไม่น่าสนใจก็ตาม แต่ก็เหมือนกับเป็นการโยนหินถามทางไปยังทีมดังจากอังกฤษดูก่อนว่ามีปรฏิกิริยากลับมาอย่างไรด้วย

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือบาร์เซโลน่าที่พึ่งคว้าตัวอาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางทีมชาติชิลีมาจากบาร์เยิร์น มิวนิคในราคา 30 ล้านยูโรเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำไมถึงยังต้องการปอล ป็อกบามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้อีก 1 ราย ซึ่งเอาเข้าจริงตอนนี้นักเตะในแดนกลางของพวกเขาก็มากเพียงพอแล้วด้วยซ้ำ แต่หากมองให้ดีจริงๆ แล้ว บาร์เซโลน่ากำลังต้องการเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ในตำแหน่งแดนกลาง เนื่องจากนักเตะตัวหลักที่เคยใช้เล่นร่วมกันมาอย่างยาวนาน เริ่มมีอายุมากขึ้นกันหมดแล้ว โดยเฉพาะเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติสเปน และอีวาน ราคาติช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งทั้ง 2 รายนี้เป็นตัวหลักให้ทีมมาตลอดในระยะหลัง และพวกเขาทั้งคู่ก็อายุเข้าหลัก 30 ปีกันหมดแล้วด้วย นี่ยังไม่รวมอาร์ตูโร่ วิดัล ที่พวกเขาพึ่งซื้อมาใหม่ก็มีวัย 31 ปีแล้วเช่นกัน นั่นทำให้บาร์เซโลน่ายังต้องการกองกลางที่สด และฟอร์มกำลังขึ้นเข้ามาในถิ่นคัมป์ นูอีก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะได้ตัวอาร์ตูร์ เมโล่ กองกลางดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนมาแล้วรายนึงก็ตาม แต่ดาวรุ่งรายนี้อาจจะต้องใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์อีก 1-2 ปี กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ทันการแล้วก็ได้ หากตอนนั้นอีวาน ราคิติช และเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ต้องกรำศึกหนักตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งอาจจะมีตัวละครลับรายอื่นที่ไม่ใช่ปอล ป็อกบาอีกด้วย ซึ่งต้องมาดูกันว่าจะเป็นใคร

การจัดทัพ

   ได้มีการเปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเอฟซี บาร์เซโลน่า ที่เปิดตัวคว้าอาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางทีมชาติชิลีจากบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมันมาร่วมทีม โดยมีการคาดการณ์กันว่ามีค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านยูโร และเซ็นต์สัญญาอยู่ในถิ่นคัมป์ นูเป็นเวลา 3 ปี โดยการมาของวิดัลนั้นทำให้เกิดคำถามขึ้นมามากมายว่าฤดูกาลนี้ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือขงบาร์เซโลน่าจะจัดทัพ 11 ตัวจริงออย่างไรในฤดูกาลนี้ และจะใช้ระบบไหนเป็นระบบหลัก โดยการมาของอาร์ตูโร่ วิดัลทำให้แดนกลางของบาร์เซโลน่ามีตัวเลือกที่มากขึ้น และอัดแน่นไปด้วยนักเตะคุณภาพมากมาย ซึ่งประกอบไปด้วยเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวรับทีมชาติสเปน อีวาน ราคิติช กองกลางทีมชาติโครเอเชียชุดรองแชมป์โลก เดนิส ซัวเรซ กองกลางจอมขยันชาวเปน อังเดร โกเมส กองกลางชาวโปรตุกีสที่มีข่าวว่าอยากจะย้ายทีม และนักเตะใหม่อนาคตไกลอย่างอาร์ตูร์ เมโล่ ที่ไปสอยมาจากเกรมิโอในบราซิลด้วยค่าตัวถึง 40 ล้านยูโร รวมถึงตัวของอาร์ตูโล่ วิดัลเองด้วย ทำให้ตัวเลือกในแดนกลางของอดีตกุนซือแอตเลติก บิลเบาจะมีถึง 5-6 คนเลยทีเดียว

หากว่ากุนซือวัย 54 ปีจะใช้ระบบ 4-3-3 ก็จะมีโอกาสที่อาร์ตูโร่ วิดัลจะได้สอดแทรกลงสนามเป็นตัวจริงพอสมควร เนื่องจากถึงแม้ว่าจะมีโควต้า 3 ตำแหน่งในแดนกลางก็ตาม แต่ก็เหมือนว่าจะถูกจองเอาไว้แล้ว 2 ตำแหน่งคือของเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวรับที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรด้วย ซึ่งเขาจะรับหน้าที่ในการตัดเกมให้ทีม ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากในตำแหน่งนี้ ส่วนอีกคนคืออีวาน ราคิติช กองกลางตัวคุมจังหวะเกม และคอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปแดนหน้า ซึ่ง 2 คนนี้น่าจะได้ลงสนามเป็นหลักอย่างแน่นอน และเหลือพื้นที่กองกลางคนสุดท้ายคงต้องแย่งกันระหว่างอาร์ตูโร่ วิดัล กับอาร์ตูร์ และน่าจะรวมถึงราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลี่ยนอีกคนด้วย ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นได้แค่เพียงตัวแบ็คอัพเท่านั้น

การมาของกองกลางทีมชาติชิลีจะทำให้พวกเขามีขุมกำลังในแนวรุกที่ดีขึ้น และรองรับกับเกมระดับใหญ่ๆ อย่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อย่างแน่นอน ด้วยประสบการ์และความสามารถของเขาจะทำให้แดนกลางของบาร์เซโลน่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่คงต้องมาดูว่าสภาพร่างกายของเขาจะดีพอที่จะยืนระยะเล่นได้ไปตลอดฤดูกาลหรือไม่ เพราะระยะหลังเขาก็มีอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากอายุที่มากขึ้นด้วย

ตัวแทน “บุสเก็ตส์”

 เอฟซี บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ในสเปน กำลังเล็งหานักเตะที่จะเข้ามาแทนที่ของเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติสเปน ที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรด้วย และเล่นกับทีมชุดใหญ่มานานถึง 10 ฤดูกาลแล้ว และฤดูกาลที่จะถึงนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 11 แล้วด้วย และด้วยวัยย่างเข้า 30 ปีแล้ว ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มโรยลาลงแล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนจากในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียที่ผ่านมา ซึ่งเขาต้องรับภาระในการตัดเกมของทีมชาติสเปนเพียงคนเดียว และก็มีการส่งบอลเสียหลายจังหวะด้วย ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยของบุสเก็ตส์ตั้งแต่เล่นในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่ามา ทำให้เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมต้องมองหานักเตะใหม่ที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระของกองกลางวัย 30 ปีรายนี้ในฤดูกาลนี้ ก่อนที่สภาพร่างกายของเขาจะย่ำแย่ลงไปกว่านี้ หากต้องรับบทบาทหนักอีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งในชุดผู้เล่นของบาร์เซโลน่ามีนักเตะในตำแหน่งกองกลางหลายคนก็จริง แต่ว่านักเตะที่เป็นกองกลางตัวรับพันธ์แท้จริงๆ มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ซึ่งอิวาน ราคิติช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย หรือเดนิส ซัวเรสจะเล่นในตำแหน่งนี้ได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้เนียบแบบเขาอย่างแน่นอน

โดยก่อนหน้านี้ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” แห่งแคว้นกาตาลุนญ่าตกเป็นข่าวมาโดยตลอดว่าต้องการตัวของเอเดรี้ยน ราบิโอต์ กองกลางตัวรับดีกรีอดีตทีมชาติฝรั่งเศสจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาร่วมทีม ซึ่งมีข่าวมาตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว ก่อนที่พวกเขาจะเสียเนย์มาร์ไปให้กับทีมเมืองหลวงของฝรั่งเศสด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่สามารถแงะดาวเตะผู้นี้ออกมาจากแดนน้ำหอมได้เสียที ทำให้ล่าสุดดูเหมือนว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจไปคว้าตัวอาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางพันธ์ดุทีมชาติชิลีของบาเยิร์น มิวนิคมาร่วมทีมแทนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตัวละครลับทีเดียว เพราะจู่ๆ ก็โผล่มาและเหมือนว่าจะตกลงค่าตัวกันได้เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งอันที่จริงวิดัลนั้นอายุมากกว่าเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ด้วยซ้ำ คงจะถือว่าเป็นการซื้อมาเป็นตัวแทนไม่ได้ แต่น่าจะเรียกว่าเป็นการซื้อที่เข้ามาแบ่งเบาภาระของกองกลางตัวตัดเกมในระยะสั้นเสียมากกว่า ซึ่งอดีตดาวเตะยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิคก็คงจะเข้ามาทดแทนบุสเก็ตส์ได้ทันที แต่ติดที่ว่าคงจะใช้งานวิดัลได้เพียงไม่กี่ฤดูกาลเท่านั้น แล้วก็ต้องไปหานักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมอีกครั้ง

ตัวผู้เล่นบาร์เซโลน่า

    ในศึกลา ลีก้า สเปน จะมีกฏที่ให้ทีมแต่ละทีมส่งรายชื่อนักเตะที่จะใช้ในแต่ละฤดูกาลได้เพียงฤดูกาลละ 25 คนเท่านั้น เพื่อความเสมอภาคระหว่างทีมเล็ก กับทีมยักษ์ใหญ่ที่มีนักเตะอยู่ในทีมมากมาย ซึ่งในบรรดา 25 ผู้เล่นที่ส่งรายชื่อก็ยังมีกฏยิบย่อยลงไปอีก เมื่อพวกเขาจะส่งรายชื่อนักเตะที่ไม่ได้เป็นนักเตะใน EU หรือในสหภาพยุโรปได้เพียงฤดูกาลละ 3 คนเท่านั้น โดยพวกนักเตะอเมริกาใต้ที่ย้ายมาค้าแข้งในสเปนนานแล้วส่วนใหญ่จะไม่ถูกนับในส่วนนี้ เนื่องจากพวกเขาจะถือว่าได้สัญชาติสเปนกันเกือบหมดแล้ว โดยบาร์เซโลน่าฤดูกาลนี้มีการดึงตัว 2 นักเตะบราซิลเข้ามาเสริมทีมคือมัลค่อม และอาร์ตูร์ เมโล่ ซึ่งพวกเขายังไม่ได้สัญชาติสเปนอย่างแน่นอน และพวกเขายังมีฟิลิเป้ คูตินโญ่ นักเตะบราซิลอยู่ก่อนหน้านี้แล้วอีกคน ทำให้พวกเขาจะมีโควต้านอก EU เต็มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ความซวยจึงตกไปอยู่กับเยอร์รี่ มิน่า ปรากรหลังทีมชาติโคลอมเบียที่พึ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ต้องหลุดจากทีมไป และมีข่าวว่าจะย้ายไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกแทน

เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมบาร์เซโลน่า ดูเหมือนจะพอใจกับตัวผู้เล่นที่มีอยู่ของทีมแล้ว โดยพวกเขามีผู้เล่นที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ตอนนี้ประมาณ 23 คน โดยนายประตูพวกเขามี 2 คนคือมาร์ค อังเดร แตร์ สเตเก้น กับแยสเปอร์ ซิเลสเซ่น แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงมือ 2 ได้ในกรณีที่ซิเลสเซ่นหาทีมใหม่ได้ ส่วนกองหลังพวกเขาอาจจะต้องดันเด็กขึ้นมาในตำแหน่งแบ็๕ซ้ายหากขายลูก้าส์ ดีญออกจากทีมไป เพราะพวกเขาจะเหลือแบ็คซ้ายเพียงยอร์ดี้ อัลบาเพียงรายเดียวเท่านั้น โดยน่าจะดันมาร์ค กูกูเรญ่ามาจากทีมชุดเบ ส่วนตำแหน่งอื่นในแนวรับพวกเขามีตัวเลือกเหลือเฟือ ทั้งแบ็คขวา และคู่ปราการหลังตัวกลางที่มีทั้งเคราร์ด ปิเก้ ซามูเอล อุมติตี้ เคลม็องต์ ล็องเล่ต์ และโธมัส แฟร์มาเล่น กองกลางที่จะได้เป็นตัวจริง 3 คน ทางบัลเบร์เด้มีอยู่ในใจหมดแล้วทั้งอีวาน ราคิติช ฟิลิเป้ คูตินโญ่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ อาร์ตูร์ เมโล่ เดนิส ซัรเรส รวมถึงอังเดร โกเมส ในกรณีที่ยังขายออกจากทีมไม่ได้ ส่วนแดนหน้าแน่นอนว่ายังมีลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซเป็น 2 ตัวหลัก ส่วนอีกตำแหน่งต้องแย่งกันระหว่างอุสมาน เดมเบเล่ ปาโก้ อัลกาเซร์ หรือมัลค่อม

 

ของ “ค้างคาว” มักค้างคืน

    ระยะหลังมานี้เอฟซี บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่ของลา ลีก้า สเปน มักจะทำการค้ากับบาเลนเซียทีมเพื่อนร่วมลีกอยุ่เป็นประจำ โดยเฉพาะการซื้อนักเตะมาจากรัง “ค้างคาว” ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมักประสบความล้มเหลวเป็นประจำ โดยไล่ตั้งแต่เคราร์ด โลเปซ กองกลางชาวสเปน ที่เคยเป็นเด็กปั้นในทีมเยาวชนของสโมสรเองด้วย แต่กลับต้องไปซื้อมาจากบาเลนเซียด้วยราคาถึง 21 ล้านยูโร โดยย้ายมาหลังจากพาบาเลนเซียเป็นรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อปี 2000 ซึ่งเป็นยุคทองของบาเลนเซียในเวลานั้น ซึ่งพอย้ายมายังถิ่นคัมป์ นูก็ได้มาเพียงแชมป์ลา ลีก้าปี 2004-2005 เท่านั้น และผลงานส่วนตัวก็ไม่มีอะไรโดดเด่น โดยเขาก็ได้มาเป็นผู้จัดการทีมของบาร์เซโลน่า เบ หรือทีมชุด 2 จนถึงเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย

ต่อมาก็คือดาบิด บีญ่า อดีตกองหน้าทีมชาติสเปนที่ย้ายมาในช่วงพีคของเขาเมื่อปี 2010 ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ซึ่งเหมือนจะประสบความสำเร็จ แต่จริงๆ แล้วเขาอยู่ในถิ่นคัมป์ นูได้เพียง 3 ฤดูกาลเท่านั้น โดยได้แชมป์กับทีมมากมาย แต่เขาก็เป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ โดยเขาทำได้ 48 ประตูจาก 119 นัดเท่านั้น แต่นักเตะที่ย้ายมาจากบาเลนเซียและคุ้มค่าที่สุดก็คือยอร์ดี้ อัลบา แบ็คซ้ายที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในโลกในช่วงหลายปีมานี้ โดยบาร์เซโลน่าจ่ายให้กับบาเลนเซียไปเพียง 14 ล้านยูโรเท่านั้นเมื่อปี 2012 หลังจากนั้นมาดาวเตะร่างเล็กก็กลายเป็นตัวจริงของทีมมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

นั่นเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จจากการซื้อตัวมาจากบาเลนเซีย เพราะหลังจากนั้นทั้งเฌเรอมี่ มาติเยอ กองหลังชาวฝรั่งเศส 20 ล้านยูโร อังเดร โกเมส กองกลางชาวโปรตุกีส ราคารวมเบ็ดเสร็จกว่า 55 ล้านยูโร และล่าสุดกับปาโก้ อกาเซร์ กองหน้าดีกรีทีมชาติสเปน 30 ล้านยูโร ซึ่งล้มเหลวทั้งสิ้น เรียกได้ว่าบาร์เซโลน่าไปสอยมาจากบาเลนเซียหลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในถิ่นเมสตาญ่าโดยตลอด และมักถูกนำมาดองค้างคืนในถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากเล่นไม่เข้าระบบบ้าง และฝีเท้าไม่ถึงขั้นบ้าง ทำให้พวกเขาเสียเงินกับนักเตะจากบาเลนเซียไปเกือบ 100 ล้านยูโรแล้วในช่วง 5 ปีหลังนี้ และล่าสุดพวกเขามีข่าวว่าอยากจะได้ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ กองกลางกัปตันทีมบาเลนเซียมาร่วมทีมอีกราย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหากพวกเขาคว้ากองกลางวัย 29 ปีมาจริง แล้วจะมาจบชีวิตแบบศพไม่สวยเหือนอย่าง 3 รายล่าสุดหรือไม่

เยอร์รี่ มิน่า แท้หรือเทียม ?

   มีกระแสข่าวอย่างหนักหน่วงในช่วงนี้ว่าบาร์เซโลน่า ยอดทีมของลา ลีก้า สเปน ตัดสินใจที่จะไม่เก็บเยอร์รี่ มิน่า ปราการหลังร่างใหญ่ทีมชาติโคลอมเบียไว้ในถิ่นคัมป์ นูในฤดูกาลนี้ หลังจากได้ให้ลงสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มเป็นที่ประทับใจกับกุนซือเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้เท่าไหร่ โดยได้ลงสนามไปทั้งหมด 6 นัด แต่ก็ยังได้โอกาสติดทีมชาติโคลอมเบียไปทำศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมาด้วย และก็ถือว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์แจ้งเกิดของดาวเตะวัย 23 ปีด้วย เนื่องจากเขาสามารถทำประตูให้ทีมชาติโคลอมเบียได้ถึง 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นกองหลังคนแรกที่สามารถทำประตูได้จากการโหม่งถึง 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และสามารถพาทีมชาติโคลอมเบียผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ และประตูของเขาในช่วงท้ายเกมกับทีมชาติอังกฤษก็ทำให้พวกเขาได้ไปดวลจุดโทษกับทีมที่แทบไม่ชนะใครในการยิงเป้า แต่สุดท้ายทีมชาติโคลอมเบียกลับพลาดท่าแพ้ให้กับทีม “สิงโตคำราม” ซะอย่างงั้น

แต่ฟอร์มในฟุตบอลโลกที่สวยหรูก็ไม่ได้ทำการนายใหญ่ของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” เปลี่ยนใจแต่อย่างใด อาจจะด้วยเพราะพวกเขามีตัวเลือกในแนวรับที่เยอะแล้วด้วย โดยพึ่งไปสอยเคลม็องต์ ล็องเล่ต์ ปราการหลังชาวฝรั่งเศสมาจากเซบีญ่าอีกราย ทั้งยิงมีเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังตัวเก๋า ซามูเอล อุมติตี้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึงยังมีโธมัส แฟร์มาเล่น กองหลังจอมเจ็บทีมชาติเบลเยี่ยมอยู่อีกราย ทำให้ยังตัดสินใจที่จะขายเยอร์รี่ มิน่าตามเดิม แต่อาจจะโชคดีที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีในศึกฟุตบอลโลก ทำให้ตลาดนักเตะรอบนี้บาร์เซโลน่าสามารถขายได้ในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสูงเกือบ 30 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งบาร์เซโลน่าไปสอยมาจากพัลไมรัสทีมในบราซิลมาเพียง 12 ล้านยูโรเท่านั้นเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานข่าวว่าเอฟเวอร์ตัน ทีมในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษได้ส่งผู้อำนวยการกีฬามาเจรจาซื้อขายแล้วด้วย โดยมีโอกาสจะไปพร้อมกับลูก้าส์ ดีญ แบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสที่ไม่ได้ใช้งานด้วยอีกราย

อันที่จริงเยอร์รี่ มิน่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกว่าเขาอยากจะสู้อยู่กับบาร์เซโลน่าต่อในฤดูกาลนี้ แต่ทางบาร์เซโลน่าไม่มีท่าทีที่จะให้โอกาสเขาลงสนามเลย ทำให้กองหลังวัย 23 ปีจึงต้องคิดที่จะอยากย้ายทีม เพื่ออนาคตของตัวเองในอาชีพค้าแข้ง

แก้เผ็ดเชลซี

    “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งประเทศสเปน ได้ทำการยื่นข้อเสนอขอซื้อวิลเลี่ยน ปีกทีมชาติบราซิลวัย 29 ปีไปแล้วทั้งหมด 3 รอบ ซึ่งครั้งล่าสุดข้อเสนอ 72 ล้านยูโรที่ทีมแชมป์ลา ลีก้า ยื่นข้อเสนอให้ก็ถูกปัดข้อเสนอตกโต๊ะไปแบบไม่ใยดี ทำให้บาร์เซโลน่าเริ่มเบนหาเป้าหมายใหม่แล้ว ถึงแม้ว่าเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมจะต้องการตัวดาวเตะหัวฟูรายนี้มากก็ตาม ซึ่งอันที่จริงข้อเสนอ 72 ล้านยูโรที่ทางบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอให้ถือว่าราคาสูงมาก หากเทียบกับฟอร์มล่าสุด และอายุในการใช้งานที่เหลือของวิลเลี่ยน แต่เหมือนทางเชลซีจะเชื่อว่าพวกเขาจะขายได้ราคาดีกว่านี้ เพราะมีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ต้องการตัววิลเลี่ยนไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน และหากมีการยื่นข้อเสนอแย่งตัวกันทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็มีแต่ได้กับได้ในการเจรจาครั้งนี้ แต่เหมือนว่าทางบาร์เซโลน่าจะถอนสมอ และถอดใจในการคว้าตัวดาวเตะทีมชาติบราซิลเสียแล้ว เมื่อหันไปคว้ามัลค่อม ปีกดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนเช่นกันของบอร์กโดซ์ ทีมในศึกลีก เอิงของฝรั่งเศส ซึ่งตอนแรกมีรายงานว่าเขาตกลงย้ายไปร่วมทีมโรม่าในอิตาลีเรียบร้อยแล้ว แต่พอมีบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอเข้ามาทำให้เขาตัดสินใจยังไม่เดินทางไปตรวจร่างกายที่เมืองหลวงของอิตาลี และดูเหมือนว่าบาร์เซโลน่าจะยื่นข้อเสนอในราคาที่สูงกว่าโรม่าด้วย ทำให้ทีม “หมาป่าแห่งกรุงโรม” จะต้องยื่นข้อเสนอใหม่อีกครั้ง และดีลต้องหยุดชะงักลงทันที ซึ่งสิ่งที่บาร์เซโลน่ากระทำนี้ เหมือนเป็นการแก้เผ็ดกับทางเชลซีที่ไม่ยอมขายวิลเลี่ยนให้ จึงหันไปสนใจนักเตะรายอื่นแล้ว ซึ่งหากวิลเลี่ยนอยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนใหม่จริง เชลซีก็อาจจะไม่เสียหายอะไร แต่หากดาวเตะวัย 29 ปีไม่อยู่ในแผนการทำทีม และต้องการขายนักเตะออกจากทีม เท่ากับว่าเชลซีจะเสียโอกาสขายนักเตะในราคาที่คุ้มเกินคุ้มสำหรับทีมไปเรียบร้อยแล้ว

บาร์เซโลน่ากำลังมองหาตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อมาสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูให้กับทีม เพื่อแบ่งเบาภาระของลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะคนสำคัญของทีมที่เริ่มอายุมากขึ้นแล้ว และอาจจะเริ่มใช้งานดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าน้อยลง เนื่องจากกัปตันทีมร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์อายุปาเข้าไป 31 ปีแล้ว และทีมคงต้องใช้งานถนอมร่างกายมากขึ้น